
สำนักข่าว Cnet เลยแนะนำผู้ที่ประสบปัญหาคอมพิวเตอร์ ทำงานช้า อืด เปิดโปรแกรมไม่ขึ้น กับ 3 แนวทางในการแก้ปัญหา เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องเก่าของเรากลับมาเก๋า และแรงอีกครั้ง
เครื่องอืดบูทไม่ขึ้น ต้องเพิ่มแรม
1. เพิ่มแรม การเพิ่มหน่วยความจำแรม (RAM) เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก ไม่ยุ่งยาก และสามารถทำเองได้ง่ายๆ เพียงซื้อแรมมาใส่ในเครื่องเพื่อเพิ่มหน่วยความจำ แค่เพียง 10 นาที คอมพิวเตอร์คุณก็จะกลับมาแรงอีกครั้ง แต่ว่าจะเปลี่ยนเท่าไหร่ เปลี่ยนแบบไหนถึงจะเหมาะสม คงต้องตรวจสอบที่เว็บไซต์ Crucial.com ที่มีเครื่องมือมาวัดและหาความเหมาะสมว่าคอมพิวเตอร์ของคุณต้องการแรมเพิ่มเท่าใด จากนั้นก็แค่เดินออกไปซื้อแรมจากร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือจะสั่งออนไลน์ให้มาส่งที่บ้านก็แล้วแต่ความสะดวก แต่…สำหรับคนที่ใช้แมคบุ๊ก หากอยากที่จะอัพเกรดแรมขอให้ลืมสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดซะ แล้วเตรียมพบกับเซอร์ไพรส์เลยดีกว่า
เครื่องหน่วงรันโปรแกรมใช้เวลานาน ลบไฟล์ขยะออกบ้าง
2. ลบไฟล์เก่าๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรามีไฟล์ขยะต่างๆ มากมายที่เกิดจากการใช้งาน บางครัั้งไฟล์บางไฟล์ไม่ได้จำเป็นหรือเกี่ยวข้องกับการทำงาน หรือบางครัั้งก็ยากที่จะตัดใจลบไฟล์งานหรือภาพถ่ายที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ เพื่อแก้ปัญหานี้ เลยมีโปรแกรมแนะนำที่เป็นแอพพลิเคชั่นคอยตรวจสอบ CCleaner ว่าไฟล์ไหนใช้ทำงาน ไฟล์ไหนเก่าแล้วควรลบทิ้ง
ส่วนผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ OSX ขอแนะนำ Daisy Disk ที่มีอินเตอร์แอ็กทีฟอินเตอร์เฟสว่าแต่ละแอพพลิเคชั่นใช้ฮาร์ดดิสก์ไปเท่าใด เพื่อช่วยตัดสินใจว่าอะไรควรส่งไปลงถังขยะ แล้วอะไรที่ยังต้องเก็บเอาไว้
จัดการสตาร์ตอัพ ลบโปรแกรมที่ไม่จำเป็น
3. จัดการสตาร์ตอัพ คงจะตลกแน่ถ้าการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เราต้องรอนานถึงขนาดเดินไปชงกาแฟกลับมาแล้วเครื่องยังบูทไม่เสร็จ สำหรับคนใช้วินโดวส์ การแก้ปัญหาไม่ยากหากใช้โปรแกรม CCleaner ช่วยในการจัดการกระบวนการบางอย่างที่ไม่จำเป็นขณะที่บูทเครื่องออกไป
ส่วนผู้ที่ใช้เครื่องแมค สามารถจัดการได้ด้วยการตั้งค่าใน System Preferences
ขั้นแรกเปิด System Preferences จากนั้นเลือก Accounts or Users & Groups (ขึ้นกับเวอร์ชั่นของ OSX ที่จะมีการเรียกต่างกันไป) จากนั้นมองหาปุ่ม Login items ที่อยู่เหนือรูป User ของผู้ใช้งาน คลิกที่ปุ่ม จากนั้นระบบจะแสดงรายชื่อแอพพลิเคชั่นที่กำลังทำงานระหว่างที่ล็อกอินระบบใช้งาน จากนั้นอะไรที่ไม่ใช้ หรืออยากลบทิ้งก็จัดการเอาออกจากรายชื่อแอพฯ ได้เลย
- ขอบคุณ แหล่งที่มาหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น